น้ำโขงสูง-เชี่ยว ปลากระชังหนองคายตายเกลื่อน ขาดทุนยับ

เมื่อ 2 ส.ค. 2561 อ่าน 51 ครั้ง

น้ำโขงสูง-เชี่ยว ปลากระชังหนองคายตายเกลื่อน ขาดทุนยับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่มีฝนตกทางตอนเหนือของแม่น้ำโขงและในพื้นที่ จ.หนองคาย ติดต่อกันหลายวัน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงขึ้น-ลงอย่างรวดเร็วสลับกันไป และมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวและขุ่นมากขึ้น ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย วัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ อยู่ที่ระดับ 10.55 ม. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของเมื่อวานนี้ถึง 93 ซม. ต่ำกว่าตลิ่งเพียง 1.65 ม. และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่ทะลุ 11 เมตร เนื่องจากวันนี้ระดับน้ำโขงทางตอนเหนือ คือ ที่สถานีเชียงคาน จ.เลย สูงขึ้น 78 ซม. ซึ่งจะไหลมาถึงหนองคายภายใน 20 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีฝนตกทั้งในพื้นที่ ทางตอนเหนือของไทยและ สปป.ลาว ที่จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นอีก

โดยระดับน้ำโขงที่ขึ้น-ลงอย่างรวดเร็วสลับกัน อีกทั้งยังเชี่ยวและขุ่นข้น ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องกับเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำโขง โดยเฉพาะที่บ้านพร้าวใต้และบ้านเจริญสุข ต.หินโงม ที่มีเกษตรกรเลี้ยงปลาประมาณ 80 ราย กระชังปลารวมกว่า 2,000 กระชัง ช่วงนี้ปลาถูกกระแสน้ำพัดไปชนกระชัง จนเกล็ดถลอก ป่วยและตายเป็นจำนวนมาก จากปกติ 1 กระชัง จะตายไม่เกิน 2-3 ตัว/วัน แต่ตอนนี้ 1 กระชัง ปลาตายมากกว่า 10 ตัว/วัน โดยเกษตรกรจะนำปลาที่เริ่มป่วยไปขายในราคากิโลกรัม (กก.) ละ 30-40 บาท ส่วนปลาที่ตายแล้ว จะนำไปทำปลาร้าขายในราคา 12 กก. 200-250 บาท

ทั้งนี้จากการที่ปลาป่วยและตายเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรหลายรายต้องรีบขายปลาที่ยังไม่โตเต็มที่ก่อนจะตายหมด แล้วหยุดพักการเลี้ยงชั่วคราว ขณะเดียวกันมีปลาตามธรรมชาติเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ส่งผลให้ปลากระชังมีราคาถูกลง จากเดิมกิโลกรัมละ 60 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 50 บาทเท่านั้น สวนทางกับราคาอาหารปลาที่แพงขึ้น ปีนี้คาดว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังต้องประสบภาวะขาดทุน

นายประเสริฐ ลุนรินทร์ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังบ้านพร้าวใต้ ต.หินโงม อ.เมือง จ.หนองคาย บอกว่า ช่วงนี้น้ำโขงสูง ขุ่นและเชี่ยว ทำให้พัดปลาชนกับกระชัง เกล็ดถลอกและตาย โดยเฉพาะปลาที่มีขนาดใหญ่ตัวละ 8 ขีดขึ้นไป ส่วนปลาขนาดเล็กไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนัก ขณะนี้พบว่ามีปลาตายมากกว่า 10 ตัว/กระชัง ขนาดปลาที่ตายตั้งแต่ 8 ขีดจนถึง 1 กก. ปลาที่ตนเลี้ยงครบกำหนดที่จะจับขายในวันที่ 5 สิงหาคม 61 ที่จะถึงนี้ ตนเลี้ยงทั้งหมด 10 กระชัง แต่ละกระชังจะเลี้ยงปลา 2,500 ตัว ตั้งแต่น้ำโขงเริ่มขึ้นสูงและเชี่ยวมาประมาณ 1 สัปดาห์ ปลาที่ตนเลี้ยงตายไปแล้วกว่า 2 ตัน (2,000 กก.)

โดยปลาที่ตายแล้วนำไปทำปลาร้า เพราะไม่มีใครมาซื้อปลาที่ตาย ซึ่งก็ยังขายยาก โดยขายในราคา 12 กก. 200–250 บาท ส่วนปลาที่เกล็ดถลอกลอยขึ้นมาเหนือน้ำกำลังจะตาย จะขายได้ในราคา 3 กก./100 บาท จากการที่ปลาป่วยและตายเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้คาดว่าปีนี้ต้องขาดทุนอย่างแน่นอน เกษตรกรผู้ที่เลี้ยงปลากระชังด้วยกันขาดทุนกันถ้วนหน้า คนละ 1 แสนบาทขึ้นไป คนที่เลี้ยงมากขาดทุนถึง 8 แสนบาท อย่างไรก็ตามปกติปลา 1 กระชัง มีปลาประมาณ 2,500 ตัว จะจับขายได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท ในส่วนของตนเลี้ยง 10 กระชัง คาดว่าจะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท

ส่วนการแก้ปัญหาปลาป่วยและตายนั้น นายประเสริฐบอกว่าแก้ได้ยาก เนื่องจากสาเหตุเกิดจากน้ำและกระแสน้ำที่ขุ่นและไหลแรง มาพัดปลาในกระชัง โดยเฉพาะกระชังนอกสุด จะถูกกระแสน้ำพัดปลาไปชนกระชังจนถลอกและตายเป็นจำนวนมาก ยิ่งช่วงแรก ๆ นั้นมีทั้งลมและฝน ยิ่งส่งผลให้ปลาป่วยและตายมากขึ้นจากเดิมอีก

 ที่มา : https://www.prachachat.net/local-economy/news-197550

แสดงความคิดเห็นผ่าน Facebook

เข้าสู่ระบบสมาชิก