ชาวสวนยางทองผาภูมิแห่ยื่นขอรับเงินเยียวยา แม้รัฐแก้ปัญญหาไม่ตรงจุด

เมื่อ 20 ธ.ค. 2561 อ่าน 35 ครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรชาวสวนยางและคนกรีดยางทองผาภูมิ แห่ยื่นขอรับเงินเยียวยา ตามโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง พ.ศ.2561-2562 ของรัฐบาล แม้ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดก็ตาม

วันนี้ (19 ธ.ค.61) บริเวณตลาดกลางยางพาราทองผาภูมิ สหกรณ์กองทุนสวนยางพาราทองผาภูมิ จำกัด ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เกษตรกรชาวสวนยางจำนวนมากได้เดินทางมายื่นเอกสารเพื่อรับความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางจากรัฐบาล ตามโครงการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนยาง พ.ศ.2561-2562 ซึ่งรัฐบาลมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากราคายางพาราที่ตกต่ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

โดยมอบเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,800 บาท โดยแบ่งเป็นเจ้าของสวน 1,100 บาท คนกรีดยาง 700 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ โดยมีเงื่อนไขของการรับเงินช่วยเหลือดังนี้ เกษตรกรที่มายื่นเรื่องของรับเงินช่วยเหลือตามโครงการนี้จะต้องขึ้นทะเบียนกับเกษตรอำเภอ ที่ดินต้องมีเอกสารสิทธิ์ เป็นสวนยางที่เปิดกรีดแล้ว พร้อมทั้งนำเอกสารสำเนาบัญชีเงินฝากของธนาคารเพื่อการเกษตร (ธ.ก.ส.) เอกสารของเจ้าของสวนยางและคนกรีดยางมายื่น

สำหรับบรรยากาศการเดินทางมายื่นเรื่องขอรับการช่วยเหลือของเกษตรกรจำนวนมากในวันนี้ ส่งผลให้ถนนบริเวณหน้าตลาดกลางยางพารา สหกรณ์กองทุนสวนยางทองผาภูมิ จำกัด ซึ่งอยู่ติดกับที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ การจราจรหนาแน่น

นายวิจิตร วิจิตรถาวร ผอ.การยางแห่งประเทศไทย จังหวัดกาญจนบุรีเปิด เผยว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้เกษตรกรชาวสวนยาง จึงนำเจ้าหน้าที่มารับเรื่องในอำเภอทองผาภูมิ ซึ่งดำเนินการวันนี้เป็นวันสุดท้าย สำหรับพื้นที่อำเภอทองผาภูมิมีเกษตรกรชาวสวนยางขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ 1,200 ราย คาดว่าการดำเนินการสามารถทำได้ครบถ้วนในวันนี้ เนื่องจากมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบล่วงหน้าแล้ว แต่หากเกษตรกรรายใดมาไม่ทันก็สามารถเดินทางไปยื่นเรื่องได้สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย ที่จังหวัดกาญจนบุรี

ด้าน นายชวลิต ร่มเย็น เกษตรกรชาวสวนยางพารา อ.ทองผาภูมิ เผยว่า เกษตรกรชาวสวนยางพาราส่วนใหญ่เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหายางพาราด้วยการกระตุ้นการใช้ยางด้วยการนำไปทำถนนลาดยาง และสนับสนุนให้เอกชนแปรรูปยางเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งการมอบเงินช่วยเหลือตามโครงการฯ เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด แต่ก็จำเป็นต้องรับ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำในช่วงนี้ทำให้เงินที่ได้แม้ไม่มากแต่ก็จะสามารถแบ่งเบาภาระในครัวเรือนได้บ้าง

นายสมศักดิ์ บูรณะสมบัติ เจ้าของสวนยางและเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการกองทุนสวนยางทองผาภูมิจำกัด เปิดเผยว่า การแก้ปัญหาที่ถูกต้องแก้เรื่องราคา ซึ่งหากวันนี้ราคายาพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท ทุกคนก็จะอยู่ได้ พร้อมกันนี้ได้ฝากถึงพรรคการเมืองที่กำลังหาเสียงและรัฐบาลที่จะมาบริหารประเทศ ภายใต้การเลือกตั้งปี 2562 ควรให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ในประเทศเป็นเกษตรกร หากรัฐบาลดูแลเรื่องราคาพืชเกษตร ที่มีทั้งอ้อย มันสำปะหลัง ปาล์ม ยางพารา ให้มีราคาที่เหมาะสมตามกลไกตลาดแล้ว ประชาชนก็จะอยู่ดีกินดี การเมืองมั่นคง

ที่มา : https://www.prachachat.net/local-economy/news-267089

 

แสดงความคิดเห็นผ่าน Facebook

เข้าสู่ระบบสมาชิก